เบาหวานหายได้ไหม หรือต้องรักษาตลอดชีวิต เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด

2

หลายคนที่เพิ่งตรวจเจอน้ำตาลในเลือดสูง มักรีบถามหมอหรือค้นหาคำว่า เบาหวานหายได้ไหม เพราะไม่มีใครอยากอยู่กับโรคนี้ไปตลอดชีวิต คำตอบสั้น ๆ คือ “ขึ้นอยู่กับชนิดของเบาหวาน และวิธีดูแลหลังจากนั้น” แต่ถ้าจะตอบให้ตรงความจริงมากที่สุด ต้องบอกว่าเบาหวานไม่ใช่โรคที่อธิบายได้ด้วยคำว่า “หาย” แบบเดียวกับไข้หวัด

เบาหวานหายได้ไหม หรือต้องรักษาตลอดชีวิต เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ ถ้าน้ำตาลกลับมาปกติ แปลว่าโรคหายแล้ว ทั้งที่ในทางการแพทย์บางกรณีเรียกว่า remission หรือ “ภาวะโรคสงบ” มากกว่า นั่นหมายความว่าอาการและค่าตรวจดีขึ้นจนไม่เข้าเกณฑ์โรคชั่วคราวหรือระยะยาว แต่ยังต้องติดตาม เพราะถ้ากลับไปใช้อาหารเดิม น้ำหนักขึ้น หรือหยุดดูแลตัวเอง น้ำตาลก็อาจสูงอีกได้

คำว่า “หาย” ในโรคเบาหวาน จริง ๆ หมายถึงอะไร

ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำจำกัดความ ถ้าหมายถึงหายขาดและไม่ต้องกังวลอีกเลย เบาหวานจำนวนมากยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่ถ้าหมายถึงควบคุมได้ดีจนค่าน้ำตาลกลับมาใกล้ปกติ และไม่ต้องใช้ยาบางช่วงเวลา แบบนี้เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบางกลุ่ม โดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ตรวจพบเร็วและปรับพฤติกรรมอย่างจริงจัง

สมาคมโรคเบาหวานอเมริกันเคยให้กรอบว่า ภาวะโรคสงบของเบาหวานชนิดที่ 2 คือมีค่า HbA1c ต่ำกว่า 6.5% ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนโดยไม่ใช้ยาลดน้ำตาล นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำว่า “ควบคุมได้” จึงแม่นกว่าคำว่า “หายแล้ว”

เบาหวานแต่ละชนิด ไม่เหมือนกัน

เบาหวานชนิดที่ 1

ชนิดนี้เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายเซลล์ตับอ่อนที่สร้างอินซูลิน ร่างกายจึงขาดอินซูลินจริง ๆ ผู้ป่วยต้องใช้อินซูลินทดแทนต่อเนื่อง และในปัจจุบันยังไม่ถือว่าหายขาดได้ การรักษาจึงเป็นการดูแลระยะยาวอย่างจริงจัง

เบาหวานชนิดที่ 2

เป็นชนิดที่พบมากที่สุด เกี่ยวข้องกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำหนักเกิน ไขมันพอกตับ พันธุกรรม และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ข่าวดีคือกลุ่มนี้มีโอกาสเข้าสู่ภาวะโรคสงบได้มากกว่าชนิดที่ 1 หากลดน้ำหนักได้มากพอ คุมอาหารสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย และเริ่มรักษาเร็ว

เบาหวานขณะตั้งครรภ์

หลายคนดีขึ้นหลังคลอด แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยงอีก ผู้หญิงที่เคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาสสูงขึ้นที่จะกลายเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต จึงยังต้องตรวจติดตามต่อ

แล้วทำไมบางคนหยุดยาได้

นี่คือจุดที่ทำให้คนสับสนมากที่สุด บางคนลดน้ำหนักลงอย่างมีนัยสำคัญ ค่าน้ำตาลลดจนหมอให้หยุดยาได้ จึงเข้าใจว่าโรคหายแล้ว แต่อีกมุมหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพียงการลดภาระของร่างกายจนระบบเผาผลาญกลับมาทำงานดีขึ้นชั่วคราวหรือระยะยาว

มีงานวิจัยที่ถูกพูดถึงมากคือ DiRECT trial ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ระยะแรก พบว่าการควบคุมน้ำหนักแบบเข้มข้นทำให้ผู้เข้าร่วมจำนวนหนึ่งเข้าสู่ภาวะโรคสงบได้ โดยประมาณ 46% ในปีแรก ตัวเลขนี้สะท้อนชัดว่า “โอกาสดีขึ้นมีจริง” แต่ก็ไม่ได้เกิดกับทุกคน และต้องอาศัยวินัยต่อเนื่อง ไม่ใช่สูตรลัด

ปัจจัยที่ทำให้เบาหวานมีโอกาสสงบลง

ถ้าจะถามให้ตรงกว่า เบาหวานหายได้ไหม คำถามที่ควรถามต่อคือ “ปัจจัยอะไรทำให้ควบคุมโรคได้ดีจนใกล้ปกติ” ซึ่งมักเกี่ยวกับเรื่องต่อไปนี้

  • ตรวจพบเร็ว ตับอ่อนยังทำงานได้เหลือพอ
  • ลดน้ำหนักได้จริง โดยเฉพาะผู้ที่มีไขมันสะสมในช่องท้อง
  • คุมอาหารอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำดีแค่ช่วงแรก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน
  • นอนพอและลดความเครียด เพราะฮอร์โมนเครียดทำให้น้ำตาลแกว่ง
  • ติดตามค่าตรวจ เช่น FBS, HbA1c, ไขมัน, การทำงานของไต

ในทางกลับกัน หากปล่อยไว้นาน มีภาวะแทรกซ้อนแล้ว หรือตับอ่อนทำงานลดลงมาก โอกาสหยุดยาก็จะน้อยลง แม้ยังควบคุมโรคให้ดีได้ก็ตาม

สิ่งที่มักเข้าใจผิด และทำให้รักษาพลาด

หลายคนเสียเวลาไปกับความเชื่อที่ฟังดูมีหวัง แต่ไม่อยู่บนหลักฐาน เช่น กินสมุนไพรอย่างเดียวแล้วเลิกยาเอง งดแป้งแบบสุดโต่งอยู่พักหนึ่งจนตัวเลขสวย แล้วคิดว่าจบ หรือเช็กแค่น้ำตาลปลายนิ้วบางวันแล้วสรุปว่าไม่เป็นอะไร ทั้งที่ค่า HbA1c ยังสูงอยู่

ข้อเท็จจริงคือ เบาหวานเป็นโรคที่ต้องดูเป็นภาพรวม ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขครั้งเดียว องค์การ International Diabetes Federation เคยประเมินว่าในปี 2021 มีผู้ใหญ่ทั่วโลกเป็นเบาหวานราว 537 ล้านคน และจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นี่ไม่ใช่โรคเล็ก ๆ ที่ใช้ความเชื่อส่วนตัวนำการรักษาได้

สุดท้ายแล้ว ต้องรักษาตลอดชีวิตไหม

ถ้าหมายถึง “ต้องดูแลตัวเองตลอดชีวิตไหม” คำตอบคือใช่ แทบทุกชนิดของเบาหวานต้องอาศัยการดูแลระยะยาว แต่ถ้าหมายถึง “ต้องกินยาหรือฉีดอินซูลินแบบเดิมตลอดไหม” คำตอบคือไม่เสมอไป บางคนปรับพฤติกรรมได้ดีจนลดขนาดยา หยุดยาบางช่วง หรือคงค่าน้ำตาลในระดับดีได้โดยไม่ใช้ยา

สิ่งที่สำคัญกว่าคำว่าหาย คือการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคไต เส้นประสาท ตา หัวใจ และหลอดเลือด เพราะคนที่คุมน้ำตาล ความดัน และไขมันได้ดี มักใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากกว่าคนที่มัวแต่ไล่หาคำว่าหายขาดแล้วละเลยการรักษาจริง

สรุป

คำตอบของเรื่องนี้จึงไม่ใช่ใช่หรือไม่ใช่แบบตรงไปตรงมา เบาหวานบางชนิดยังต้องรักษาตลอดชีวิต ขณะที่บางคนโดยเฉพาะเบาหวานชนิดที่ 2 มีโอกาสเข้าสู่ภาวะโรคสงบได้ หากเริ่มดูแลเร็วและจริงจังพอ ดังนั้นแทนที่จะถามแค่ว่าโรคนี้หายได้ไหม อาจต้องถามต่อว่า เราพร้อมเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตมากแค่ไหน เพื่อไม่ให้โรคเป็นฝ่ายกำหนดชีวิตเรา